มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

เทียนเฉิงหยาง

สนาม: ผู้ประกอบการออนไลน์

บทนำ: ศาลออกหมายจับอดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ จำเลยที่ 5 หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาฎีกา คดีฆ่าแขวนคอหนุ่มวัย 17 เหยื่อฆ่าตัดตอน เลื่อนอ่านฎีกาไป 11 ตคนี้ ด้านญาติเหยื่อกังวลความปลอดภัยเผยเคยถูกคุกคามถึงบ้าน จำเลยอีก 3 ยังรับราชการ อึ้ง! อุทธรณ์สั่งจำคุกตลอดชีวิตยังได้เลื่อนตำแหน่ง เมื่อเวลา 0945 น วันที่ 6 กันยายน ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฆ่าแขวนคอ หมายเลขดำ อ3252/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนายกิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง บิดาผู้เสียชีวิต เป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง ดตอังคาร คำมูลนา อายุ 54 ปี, ดตสุดธินันท์ โนนทิง อายุ 49 ปี, ดตพรรณศิลป์ อุปนันท์ อายุ 48 ปี, พตทสำเภา อินดี อายุ 57 ปี อดีต สวปสภเมืองกาฬสินธุ์, พตอมนตรี ศรีบุญลือ อายุ 68 ปี อดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ และ พตทสุมิตร นันท์สถิต อายุ 51 ปี อดีต รอง ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ (ทั้งหมดเป็นยศและตำแหน่งขณะนั้น) เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22-23 กค2547 จำเลยที่ 1-3 และจำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน สภเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกันฆ่านายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปีเศษ ผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ ขณะนำตัวออกจาก สภเมืองกาฬสินธุ์ ด้วยการบีบรัดคอจนเสียชีวิต จากนั้นจึงร่วมกันปิดบังเหตุการณ์ตายโดยย้ายศพผู้ตายจากท้องที่เกิดเหตุ ไปแขวนคอไว้ที่กระท่อมนาบ้านบึงโดน ม5 ตแสนชาติ อจังหาร จร้อยเอ็ด โดยจำเลยที่ 4-6 ได้ร่วมกันข่มขู่พยานเพื่อให้การอันเป็นเท็จ จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 กค 2555 ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย ส่วนจำเลยที่ 6 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ขณะที่จำเลยที่ 5 ลงโทษจำคุก 7 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ต่อมาอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 นั้น เห็นพ้องด้วย ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 แต่คำให้การของจำเลยที่ 2 มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 50 ปี และพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 5-6 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 7 ปีนั้น เห็นว่าหนักเกินไป จึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 5-6 ไว้คนละ 5 ปี จากนั้นอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยต่างยื่นฎีกา วันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยที่ 1-3 มาจากเรือนจำบางขวาง ส่วนจำเลยที่ 4 และ 6 ซึ่งได้รับการประกันตัวคนละ 1 ล้านบาท เดินทางมาศาล แต่ พตอมนตรี จำเลยที่ 5 ที่ได้รับการประกันตัวเช่นกัน และนายประกันไม่มาศาล นอกจากนี้ยังมีญาติและคนใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตและของจำเลยเดินทางมาศาล รวมถึงนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) ก็เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย เมื่อศาลออกนั่งบัลลังก์ ได้สอบถามทนายความจำเลยที่ 5 แล้ว ทนายความแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อกับจำเลยที่ 5 ได้ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 5 ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่มาศาล ถือว่ามีพฤติการณ์หลบหนี ให้ออกหมายจับ ปรับนายประกันเต็มตามจำนวน 1 ล้านบาท และเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นวันที่ 11 ตคนี้ เวลา 0900 น ภายหลัง นางพิกุล พรหมจันทร์ อาของนายเกียรติศักดิ์ ผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้รอฟังผลคำพิพากษาวันที่ 11 ตค ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร กังวลว่าครั้งหน้าจำเลยจะมาครบหรือไม่ และหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัยของตน เพราะจำเลยชั้นสัญญาบัตรได้รับการประกันตัว 3 คน ยังมีอำนาจหน้าที่ราชการตำรวจตำแหน่งสูงขึ้นกว่าเดิมคือ พตทสำเภา อินดี จากเดิมก่อนพิพากษาอุทธรณ์เป็นรองผู้กำกับอำเภอรอบนอกของ จกาฬสินธุ์ หลังศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาไม่กี่เดือน ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้กำกับสืบสวนสอบสวน ภาค 4 ส่วนเรื่องการขอคุ้มครองพยานนั้น นางพิกุลกล่าวว่า ตนยื่นเรื่องคุ้มครองพยานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ไม่ได้รับการคุ้มครองตั้งแต่มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาจนถึงวันนี้ ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ ถึงมีกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แม้แต่บาทเดียวกรมคุ้มครองสิทธิฯ ก็ไม่เคยช่วยเหลือ ตนจึงไปยื่นฟ้องอธิบดีและรองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ฐานงดเว้นและเลือกปฏิบัติต่อศาลปกครอง อยู่ระหว่างรอฟังคำพิพากษา นางพิกุลเปิดเผยว่า ตนเคยถูกคุกคาม มีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 3 นาย ขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ติดฟิล์มทึบทั้งคันบุกไปที่บ้าน บอกว่าจะนำตนไปพบผู้กำกับ มีภาพวงจรปิด ตนขอดูคำสั่งว่าจากไหนที่มาตรวจเยี่ยม เขาบอกว่าถ้าอยากดูต้องไปพบผู้กำกับเอง พอตนบอกจะไปเอง เขาก็บอกว่าผู้กำกับไม่ว่าง ต้องไปพร้อมกับพวกเขา ตนก็เรียก รปภมาอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งสุดท้ายตนก็ไม่ไป วันนี้ก็ยังกังวล ตามที่เห็นแล้วว่าจำเลยที่ 4 มีอำนาจสืบสวนสอบสวนของภาค 4 ที่มาศาลวันนี้ก็มีลูกน้องทีมสืบของภาค 4 มาจำนวนมาก 5-6 คนขึ้นไป ไม่ได้มาฟังคำพิพากษา แต่มาอยู่หน้าห้องมองหน้าโจทก์ ตนจึงรอเวลาให้จำเลยกลับแล้วถึงลงมา นางพิกุลกล่าวช่วงท้ายว่า ยังมีพยานปากสำคัญฝ่ายตนเสียชีวิตปริศนาที่โรงพยาบาล อายุ 22 ปี ขาดอากาศหายใจที่เตียง ทั้งที่แค่เป็นหวัด ไอ หอบ เสียชีวิตก่อนได้ขึ้นเบิกความต่อศาล แม่มาเบิกความแทนลูกแล้วชี้หน้าจำเลยถามว่าใครที่ซ้อมลูก หลังคำพิพากษาแล้ว พยานปากสำคัญหลายคนก็หายตัวไป แล้วก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาล บางคนจนทุกวันนี้ยังไม่กล้ากลับ จกาฬสินธุ์เลย เพราะรู้ว่าตำรวจกลุ่มนี้ยังรับราชการอยู่ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงที่มาของคดีนี้ว่า ในช่วงปี 2544-2549 รัฐบาลมีนโยบายประกาศทำสงครามยาเสพติด เกิดคดีฆ่าตัดตอนกว่า 2,500 ศพ และในช่วงเวลาดังกล่าวมีประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โดยหนึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าวคือ นายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง ซึ่ง กสมได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้มีรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนเมื่อปี 2549 โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลเยียวยาความเสียหายจากการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์ อันเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภเมืองกาฬสินธุ์ ให้แก่ครอบครัวของนายเกียรติศักดิ์ ทั้งนี้ สภาทนายความได้แต่งตั้งคณะทำงานในการให้ความช่วยเหลือกรณีกลุ่มประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ ที่เสียชีวิตและถูกอุ้มหายช่วงระหว่างปี 2546-2548 เพื่อทำหน้าที่ในการเป็นทนายความให้แก่โจทก์ร่วมในคดีนี้ และทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส) ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานดังกล่าวด้วย ในปี 2548 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติให้กรณีการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์เป็นคดีพิเศษ และเมื่อวันที่ 9 กย2552 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหก นับเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 14 ปี ในการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลจนกระทั่งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา...

Qi Qigong Lu Xiaobai

สนาม: มั่นใจได้

บทนำ: ศาลออกหมายจับอดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ จำเลยที่ 5 หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาฎีกา คดีฆ่าแขวนคอหนุ่มวัย 17 เหยื่อฆ่าตัดตอน เลื่อนอ่านฎีกาไป 11 ตคนี้ ด้านญาติเหยื่อกังวลความปลอดภัยเผยเคยถูกคุกคามถึงบ้าน จำเลยอีก 3 ยังรับราชการ อึ้ง! อุทธรณ์สั่งจำคุกตลอดชีวิตยังได้เลื่อนตำแหน่ง เมื่อเวลา 0945 น วันที่ 6 กันยายน ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฆ่าแขวนคอ หมายเลขดำ อ3252/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนายกิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง บิดาผู้เสียชีวิต เป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง ดตอังคาร คำมูลนา อายุ 54 ปี, ดตสุดธินันท์ โนนทิง อายุ 49 ปี, ดตพรรณศิลป์ อุปนันท์ อายุ 48 ปี, พตทสำเภา อินดี อายุ 57 ปี อดีต สวปสภเมืองกาฬสินธุ์, พตอมนตรี ศรีบุญลือ อายุ 68 ปี อดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ และ พตทสุมิตร นันท์สถิต อายุ 51 ปี อดีต รอง ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ (ทั้งหมดเป็นยศและตำแหน่งขณะนั้น) เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22-23 กค2547 จำเลยที่ 1-3 และจำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน สภเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกันฆ่านายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปีเศษ ผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ ขณะนำตัวออกจาก สภเมืองกาฬสินธุ์ ด้วยการบีบรัดคอจนเสียชีวิต จากนั้นจึงร่วมกันปิดบังเหตุการณ์ตายโดยย้ายศพผู้ตายจากท้องที่เกิดเหตุ ไปแขวนคอไว้ที่กระท่อมนาบ้านบึงโดน ม5 ตแสนชาติ อจังหาร จร้อยเอ็ด โดยจำเลยที่ 4-6 ได้ร่วมกันข่มขู่พยานเพื่อให้การอันเป็นเท็จ จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 กค 2555 ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย ส่วนจำเลยที่ 6 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ขณะที่จำเลยที่ 5 ลงโทษจำคุก 7 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ต่อมาอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 นั้น เห็นพ้องด้วย ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 แต่คำให้การของจำเลยที่ 2 มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 50 ปี และพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 5-6 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 7 ปีนั้น เห็นว่าหนักเกินไป จึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 5-6 ไว้คนละ 5 ปี จากนั้นอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยต่างยื่นฎีกา วันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยที่ 1-3 มาจากเรือนจำบางขวาง ส่วนจำเลยที่ 4 และ 6 ซึ่งได้รับการประกันตัวคนละ 1 ล้านบาท เดินทางมาศาล แต่ พตอมนตรี จำเลยที่ 5 ที่ได้รับการประกันตัวเช่นกัน และนายประกันไม่มาศาล นอกจากนี้ยังมีญาติและคนใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตและของจำเลยเดินทางมาศาล รวมถึงนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) ก็เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย เมื่อศาลออกนั่งบัลลังก์ ได้สอบถามทนายความจำเลยที่ 5 แล้ว ทนายความแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อกับจำเลยที่ 5 ได้ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 5 ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่มาศาล ถือว่ามีพฤติการณ์หลบหนี ให้ออกหมายจับ ปรับนายประกันเต็มตามจำนวน 1 ล้านบาท และเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นวันที่ 11 ตคนี้ เวลา 0900 น ภายหลัง นางพิกุล พรหมจันทร์ อาของนายเกียรติศักดิ์ ผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้รอฟังผลคำพิพากษาวันที่ 11 ตค ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร กังวลว่าครั้งหน้าจำเลยจะมาครบหรือไม่ และหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัยของตน เพราะจำเลยชั้นสัญญาบัตรได้รับการประกันตัว 3 คน ยังมีอำนาจหน้าที่ราชการตำรวจตำแหน่งสูงขึ้นกว่าเดิมคือ พตทสำเภา อินดี จากเดิมก่อนพิพากษาอุทธรณ์เป็นรองผู้กำกับอำเภอรอบนอกของ จกาฬสินธุ์ หลังศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาไม่กี่เดือน ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้กำกับสืบสวนสอบสวน ภาค 4 ส่วนเรื่องการขอคุ้มครองพยานนั้น นางพิกุลกล่าวว่า ตนยื่นเรื่องคุ้มครองพยานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ไม่ได้รับการคุ้มครองตั้งแต่มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาจนถึงวันนี้ ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ ถึงมีกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แม้แต่บาทเดียวกรมคุ้มครองสิทธิฯ ก็ไม่เคยช่วยเหลือ ตนจึงไปยื่นฟ้องอธิบดีและรองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ฐานงดเว้นและเลือกปฏิบัติต่อศาลปกครอง อยู่ระหว่างรอฟังคำพิพากษา นางพิกุลเปิดเผยว่า ตนเคยถูกคุกคาม มีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 3 นาย ขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ติดฟิล์มทึบทั้งคันบุกไปที่บ้าน บอกว่าจะนำตนไปพบผู้กำกับ มีภาพวงจรปิด ตนขอดูคำสั่งว่าจากไหนที่มาตรวจเยี่ยม เขาบอกว่าถ้าอยากดูต้องไปพบผู้กำกับเอง พอตนบอกจะไปเอง เขาก็บอกว่าผู้กำกับไม่ว่าง ต้องไปพร้อมกับพวกเขา ตนก็เรียก รปภมาอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งสุดท้ายตนก็ไม่ไป วันนี้ก็ยังกังวล ตามที่เห็นแล้วว่าจำเลยที่ 4 มีอำนาจสืบสวนสอบสวนของภาค 4 ที่มาศาลวันนี้ก็มีลูกน้องทีมสืบของภาค 4 มาจำนวนมาก 5-6 คนขึ้นไป ไม่ได้มาฟังคำพิพากษา แต่มาอยู่หน้าห้องมองหน้าโจทก์ ตนจึงรอเวลาให้จำเลยกลับแล้วถึงลงมา นางพิกุลกล่าวช่วงท้ายว่า ยังมีพยานปากสำคัญฝ่ายตนเสียชีวิตปริศนาที่โรงพยาบาล อายุ 22 ปี ขาดอากาศหายใจที่เตียง ทั้งที่แค่เป็นหวัด ไอ หอบ เสียชีวิตก่อนได้ขึ้นเบิกความต่อศาล แม่มาเบิกความแทนลูกแล้วชี้หน้าจำเลยถามว่าใครที่ซ้อมลูก หลังคำพิพากษาแล้ว พยานปากสำคัญหลายคนก็หายตัวไป แล้วก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาล บางคนจนทุกวันนี้ยังไม่กล้ากลับ จกาฬสินธุ์เลย เพราะรู้ว่าตำรวจกลุ่มนี้ยังรับราชการอยู่ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงที่มาของคดีนี้ว่า ในช่วงปี 2544-2549 รัฐบาลมีนโยบายประกาศทำสงครามยาเสพติด เกิดคดีฆ่าตัดตอนกว่า 2,500 ศพ และในช่วงเวลาดังกล่าวมีประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โดยหนึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าวคือ นายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง ซึ่ง กสมได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้มีรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนเมื่อปี 2549 โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลเยียวยาความเสียหายจากการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์ อันเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภเมืองกาฬสินธุ์ ให้แก่ครอบครัวของนายเกียรติศักดิ์ ทั้งนี้ สภาทนายความได้แต่งตั้งคณะทำงานในการให้ความช่วยเหลือกรณีกลุ่มประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ ที่เสียชีวิตและถูกอุ้มหายช่วงระหว่างปี 2546-2548 เพื่อทำหน้าที่ในการเป็นทนายความให้แก่โจทก์ร่วมในคดีนี้ และทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส) ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานดังกล่าวด้วย ในปี 2548 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติให้กรณีการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์เป็นคดีพิเศษ และเมื่อวันที่ 9 กย2552 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหก นับเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 14 ปี ในการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลจนกระทั่งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา

เติมเงินไทยฟรี โปรแกรม พรีเมียร์ ลีก แมน ซิตี้
0ee | <动态当天时间> | อ่าน(366) | แสดงความคิดเห็น(678)
ศาลออกหมายจับอดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ จำเลยที่ 5 หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาฎีกา คดีฆ่าแขวนคอหนุ่มวัย 17 เหยื่อฆ่าตัดตอน เลื่อนอ่านฎีกาไป 11 ตคนี้ ด้านญาติเหยื่อกังวลความปลอดภัยเผยเคยถูกคุกคามถึงบ้าน จำเลยอีก 3 ยังรับราชการ อึ้ง! อุทธรณ์สั่งจำคุกตลอดชีวิตยังได้เลื่อนตำแหน่ง เมื่อเวลา 0945 น วันที่ 6 กันยายน ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฆ่าแขวนคอ หมายเลขดำ อ3252/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนายกิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง บิดาผู้เสียชีวิต เป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง ดตอังคาร คำมูลนา อายุ 54 ปี, ดตสุดธินันท์ โนนทิง อายุ 49 ปี, ดตพรรณศิลป์ อุปนันท์ อายุ 48 ปี, พตทสำเภา อินดี อายุ 57 ปี อดีต สวปสภเมืองกาฬสินธุ์, พตอมนตรี ศรีบุญลือ อายุ 68 ปี อดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ และ พตทสุมิตร นันท์สถิต อายุ 51 ปี อดีต รอง ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ (ทั้งหมดเป็นยศและตำแหน่งขณะนั้น) เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22-23 กค2547 จำเลยที่ 1-3 และจำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน สภเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกันฆ่านายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปีเศษ ผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ ขณะนำตัวออกจาก สภเมืองกาฬสินธุ์ ด้วยการบีบรัดคอจนเสียชีวิต จากนั้นจึงร่วมกันปิดบังเหตุการณ์ตายโดยย้ายศพผู้ตายจากท้องที่เกิดเหตุ ไปแขวนคอไว้ที่กระท่อมนาบ้านบึงโดน ม5 ตแสนชาติ อจังหาร จร้อยเอ็ด โดยจำเลยที่ 4-6 ได้ร่วมกันข่มขู่พยานเพื่อให้การอันเป็นเท็จ จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 กค 2555 ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย ส่วนจำเลยที่ 6 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ขณะที่จำเลยที่ 5 ลงโทษจำคุก 7 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ต่อมาอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 นั้น เห็นพ้องด้วย ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 แต่คำให้การของจำเลยที่ 2 มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 50 ปี และพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 5-6 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 7 ปีนั้น เห็นว่าหนักเกินไป จึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 5-6 ไว้คนละ 5 ปี จากนั้นอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยต่างยื่นฎีกา วันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยที่ 1-3 มาจากเรือนจำบางขวาง ส่วนจำเลยที่ 4 และ 6 ซึ่งได้รับการประกันตัวคนละ 1 ล้านบาท เดินทางมาศาล แต่ พตอมนตรี จำเลยที่ 5 ที่ได้รับการประกันตัวเช่นกัน และนายประกันไม่มาศาล นอกจากนี้ยังมีญาติและคนใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตและของจำเลยเดินทางมาศาล รวมถึงนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) ก็เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย เมื่อศาลออกนั่งบัลลังก์ ได้สอบถามทนายความจำเลยที่ 5 แล้ว ทนายความแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อกับจำเลยที่ 5 ได้ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 5 ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่มาศาล ถือว่ามีพฤติการณ์หลบหนี ให้ออกหมายจับ ปรับนายประกันเต็มตามจำนวน 1 ล้านบาท และเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นวันที่ 11 ตคนี้ เวลา 0900 น ภายหลัง นางพิกุล พรหมจันทร์ อาของนายเกียรติศักดิ์ ผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้รอฟังผลคำพิพากษาวันที่ 11 ตค ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร กังวลว่าครั้งหน้าจำเลยจะมาครบหรือไม่ และหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัยของตน เพราะจำเลยชั้นสัญญาบัตรได้รับการประกันตัว 3 คน ยังมีอำนาจหน้าที่ราชการตำรวจตำแหน่งสูงขึ้นกว่าเดิมคือ พตทสำเภา อินดี จากเดิมก่อนพิพากษาอุทธรณ์เป็นรองผู้กำกับอำเภอรอบนอกของ จกาฬสินธุ์ หลังศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาไม่กี่เดือน ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้กำกับสืบสวนสอบสวน ภาค 4 ส่วนเรื่องการขอคุ้มครองพยานนั้น นางพิกุลกล่าวว่า ตนยื่นเรื่องคุ้มครองพยานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ไม่ได้รับการคุ้มครองตั้งแต่มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาจนถึงวันนี้ ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ ถึงมีกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แม้แต่บาทเดียวกรมคุ้มครองสิทธิฯ ก็ไม่เคยช่วยเหลือ ตนจึงไปยื่นฟ้องอธิบดีและรองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ฐานงดเว้นและเลือกปฏิบัติต่อศาลปกครอง อยู่ระหว่างรอฟังคำพิพากษา นางพิกุลเปิดเผยว่า ตนเคยถูกคุกคาม มีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 3 นาย ขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ติดฟิล์มทึบทั้งคันบุกไปที่บ้าน บอกว่าจะนำตนไปพบผู้กำกับ มีภาพวงจรปิด ตนขอดูคำสั่งว่าจากไหนที่มาตรวจเยี่ยม เขาบอกว่าถ้าอยากดูต้องไปพบผู้กำกับเอง พอตนบอกจะไปเอง เขาก็บอกว่าผู้กำกับไม่ว่าง ต้องไปพร้อมกับพวกเขา ตนก็เรียก รปภมาอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งสุดท้ายตนก็ไม่ไป วันนี้ก็ยังกังวล ตามที่เห็นแล้วว่าจำเลยที่ 4 มีอำนาจสืบสวนสอบสวนของภาค 4 ที่มาศาลวันนี้ก็มีลูกน้องทีมสืบของภาค 4 มาจำนวนมาก 5-6 คนขึ้นไป ไม่ได้มาฟังคำพิพากษา แต่มาอยู่หน้าห้องมองหน้าโจทก์ ตนจึงรอเวลาให้จำเลยกลับแล้วถึงลงมา นางพิกุลกล่าวช่วงท้ายว่า ยังมีพยานปากสำคัญฝ่ายตนเสียชีวิตปริศนาที่โรงพยาบาล อายุ 22 ปี ขาดอากาศหายใจที่เตียง ทั้งที่แค่เป็นหวัด ไอ หอบ เสียชีวิตก่อนได้ขึ้นเบิกความต่อศาล แม่มาเบิกความแทนลูกแล้วชี้หน้าจำเลยถามว่าใครที่ซ้อมลูก หลังคำพิพากษาแล้ว พยานปากสำคัญหลายคนก็หายตัวไป แล้วก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาล บางคนจนทุกวันนี้ยังไม่กล้ากลับ จกาฬสินธุ์เลย เพราะรู้ว่าตำรวจกลุ่มนี้ยังรับราชการอยู่ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงที่มาของคดีนี้ว่า ในช่วงปี 2544-2549 รัฐบาลมีนโยบายประกาศทำสงครามยาเสพติด เกิดคดีฆ่าตัดตอนกว่า 2,500 ศพ และในช่วงเวลาดังกล่าวมีประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โดยหนึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าวคือ นายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง ซึ่ง กสมได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้มีรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนเมื่อปี 2549 โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลเยียวยาความเสียหายจากการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์ อันเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภเมืองกาฬสินธุ์ ให้แก่ครอบครัวของนายเกียรติศักดิ์ ทั้งนี้ สภาทนายความได้แต่งตั้งคณะทำงานในการให้ความช่วยเหลือกรณีกลุ่มประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ ที่เสียชีวิตและถูกอุ้มหายช่วงระหว่างปี 2546-2548 เพื่อทำหน้าที่ในการเป็นทนายความให้แก่โจทก์ร่วมในคดีนี้ และทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส) ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานดังกล่าวด้วย ในปี 2548 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติให้กรณีการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์เป็นคดีพิเศษ และเมื่อวันที่ 9 กย2552 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหก นับเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 14 ปี ในการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลจนกระทั่งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา【อ่านข้อความเต็ม】
46y | <动态当天时间> | อ่าน(816) | แสดงความคิดเห็น(99)
สำนักงาน คปภ ขอเชิญเที่ยวงาน สัปดาห์ประกันภัย พบกับปาฐกถาพิเศษ มิติใหม่ประกันภัยไทยในยุคดิจิทัล เพื่อประชาชน จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2561 พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับบูธประกันภัยยุไฮเทคจากบริษัทประกันภัยชั้นนำกว่า 40 บูธ ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ เบี้ยประกันภัยลดสูงสุด 30% ลุ้นรับคูปองชิงรถยนต์ HONDA HR-V พร้อมของรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย 【อ่านข้อความเต็ม】
bz2 | <动态当天时间> | อ่าน(663) | แสดงความคิดเห็น(393)
คลังทุ่ม 3 พันล้านบาทลุยโครงการคืนภาษีแวต อุ้มคนมีรายได้น้อย 115 ล้านคน ขีดเส้นสูงสุดไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน สั่งขยายเวลายาวถึง 6 เดือน พร้อมเชื่อมโยงระบบตรงถึง สรรพากร-บัญชีกลาง ก่อนจ่ายคืนเงินภาษีให้ผู้ถือบัตรในเดือนถัดไปหลังใช้จ่าย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมวการคลัง ได้เห็นชอบรายละเอียดโครงการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีแวต) ให้กับผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียน 115 ล้านคน ตามที่กรมสรรพากรเสนอแล้ว โดยคาดว่ากระทรวงการคลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม) เห็นชอบในสัปดาห์หน้า โดยจำนวนผู้มีรายได้น้อยเพิ่มขึ้นจากเดิม เนื่องจากได้มีการเปิดให้ลงทะเบียนเพิ่มเติมของกระทรวงมหาดไทยในช่วงที่ผ่านมา สำหรับการคืนเงินภาษีแวตให้กับผู้มีรายได้น้อยจะคืนให้ตามจริงรายละไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน โดยต้องเป็นการไปซื้อของที่ร้านธงฟ้า ในช่วงวันที่ 1 พย2561 ถึง 30 เมย2562 หรือเป็นเวลา 6 เดือน ขยายเวลาเพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะใช้ 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้เท่านั้น สำหรับเงินที่รัฐบาลต้องจ่ายคืนภาษีตลอดทั้งโครงการในช่วง 6 เดือนนั้น จะมีวงเงิน 3,000 ล้านบาท โดยกรมบัญชีกลางจะจ่ายคืนให้กับผู้ถือบัตรในเดือนถัดไปทันที ซึ่งผู้มีรายได้น้อยสามารถนำเงินที่ได้คืนไปซื้อสินค้าในร้านธงฟ้าต่อไปได้ หรือจะนำไปเบิกเป็นเงินสดซื้อสินค้าที่ไม่ใช่ร้านธงฟ้าก็ได้ โครงการนี้เป็นการคืนเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยเท่ากับจำนวนมูลค่าภาษีแวตจากการซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้า ซึ่งภาษีแวตเป็นแค่ตัววัดว่าจะคืนเงินให้กับผู้มีรายได้น้อยเท่าไหร่เท่านั้น ไม่ได้เป็นการคืนภาษีแวตจริงๆ ทำให้กระทรวงการคลังไม่ต้องมาจ่ายเงินชดเชยเงินคืนให้กับกรมสรรพากร โดยไปจ่ายเงินตรงผ่านบัตรผู้มีรายได้น้อยได้เลย ซึ่งจะใช้เงินจากกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากรองรับการดำเนินการในส่วนนี้ นายเอกนิติกล่าว นายเอกนิติกล่าวอีกว่า เงินที่รัฐบาลใช้ในโครงการนี้คิดเป็นจำนวนไม่มาก เพราะจากการสำรวจของกรมสรรพากรอย่างละเอียดพบว่า รายการสินค้าที่ผู้มีรายได้น้อยซื้อในร้านธงฟ้าทั้งหมดมีประมาณ 20% เท่านั้นที่มีภาระภาษีแวต สำหรับการขยายเวลาของโครงการเพราะต้องการให้ร้านธงฟ้าเข้าร่วมโครงการจำนวนมากขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้มีรายได้น้อยและร้านค้าธงฟ้าเองด้วย เพราะหากร้านธงฟ้าไหนที่ไม่เข้าร่วมโครงการ ผู้มีรายได้น้อยก็จะไปซื้อสินค้าร้านธงฟ้าที่เข้าร่วมโครงการแทน ด้านนายอภิศักดิ์เปิดเผยว่า การขยายเวลาโครงการคืนเงินภาษีแวตให้ผู้มีรายได้น้อยจากเดิม 3 เดือน เป็น 6 เดือนนั้น เนื่องจากระบบยังไม่พร้อม ในช่วง 2-3 เดือนแรก ร้านค้าธงฟ้าอาจจะยังเข้ามาติดตั้งเครื่องแยกรายการสินค้าที่ต้องเสียภาษีแวตกับไม่ต้องเสียแวตกับกรมสรรพากรได้ ทำให้ร้านค้าธงฟ้าที่ประชาชนไปซื้อและได้คืนภาษีมีน้อย เครื่องที่ติดตั้งดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับกรมสรรพากรและกรมบัญชีกลาง ทำให้รู้ได้ทันทีว่าผู้มีรายได้น้อยจะได้เงินภาษีแวตคืนเดือนละเท่าไร ทำให้กรมบัญชีกลางสามารถจ่ายคืนใส่บัตรได้ในเดือนต่อไปทันที ซึ่งงบที่รัฐบาลใช้ไม่มาก เพราะคนรายได้น้อยใช้จ่ายไม่มาก เพราะได้เงินคืน 7% ของราคาสินค้าที่มีภาษีแวตเท่านั้น นายอภิศักดิ์กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
fmp | <动态当天时间> | อ่าน(153) | แสดงความคิดเห็น(834)
ด้านมุน ซึ่งเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยจนทำให้เกิดซัมมิตครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างทรัมป์กับคิม กล่าวว่า เขามีความหวังสูงสำหรับการประชุมสุดยอดกับคิมในครั้งหน้า ว่าจะช่วยปลุกให้เกิดการสานเสวนาระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือได้อีกครั้ง【อ่านข้อความเต็ม】
a2l | <动态当天时间> | อ่าน(753) | แสดงความคิดเห็น(342)
ยังไงก็ขอชม เก่งฉิบหะเขียนภาษาฝรั่งฟ้องไทยไปถึงอียูได้เป็นสิบๆ หน้า【อ่านข้อความเต็ม】
txz | 2021-05-12 | อ่าน(507) | แสดงความคิดเห็น(291)
ศาลออกหมายจับอดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ จำเลยที่ 5 หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาฎีกา คดีฆ่าแขวนคอหนุ่มวัย 17 เหยื่อฆ่าตัดตอน เลื่อนอ่านฎีกาไป 11 ตคนี้ ด้านญาติเหยื่อกังวลความปลอดภัยเผยเคยถูกคุกคามถึงบ้าน จำเลยอีก 3 ยังรับราชการ อึ้ง! อุทธรณ์สั่งจำคุกตลอดชีวิตยังได้เลื่อนตำแหน่ง เมื่อเวลา 0945 น วันที่ 6 กันยายน ที่ห้องพิจารณา 913 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีฆ่าแขวนคอ หมายเลขดำ อ3252/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนายกิตติศัพท์ ถิตย์บุญครอง บิดาผู้เสียชีวิต เป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง ดตอังคาร คำมูลนา อายุ 54 ปี, ดตสุดธินันท์ โนนทิง อายุ 49 ปี, ดตพรรณศิลป์ อุปนันท์ อายุ 48 ปี, พตทสำเภา อินดี อายุ 57 ปี อดีต สวปสภเมืองกาฬสินธุ์, พตอมนตรี ศรีบุญลือ อายุ 68 ปี อดีต ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ และ พตทสุมิตร นันท์สถิต อายุ 51 ปี อดีต รอง ผกกสภเมืองกาฬสินธุ์ (ทั้งหมดเป็นยศและตำแหน่งขณะนั้น) เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย และเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22-23 กค2547 จำเลยที่ 1-3 และจำเลยที่ 6 ซึ่งเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวน สภเมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกันฆ่านายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปีเศษ ผู้ต้องหาคดีลักรถจักรยานยนต์ ขณะนำตัวออกจาก สภเมืองกาฬสินธุ์ ด้วยการบีบรัดคอจนเสียชีวิต จากนั้นจึงร่วมกันปิดบังเหตุการณ์ตายโดยย้ายศพผู้ตายจากท้องที่เกิดเหตุ ไปแขวนคอไว้ที่กระท่อมนาบ้านบึงโดน ม5 ตแสนชาติ อจังหาร จร้อยเอ็ด โดยจำเลยที่ 4-6 ได้ร่วมกันข่มขู่พยานเพื่อให้การอันเป็นเท็จ จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 กค 2555 ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังสาเหตุการตาย ส่วนจำเลยที่ 6 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ ขณะที่จำเลยที่ 5 ลงโทษจำคุก 7 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ และให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ต่อมาอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ และย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 นั้น เห็นพ้องด้วย ให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-3 แต่คำให้การของจำเลยที่ 2 มีประโยชน์ในการพิจารณาคดี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 50 ปี และพิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 5-6 มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบฯ แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 7 ปีนั้น เห็นว่าหนักเกินไป จึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 5-6 ไว้คนละ 5 ปี จากนั้นอัยการโจทก์, โจทก์ร่วม และจำเลยต่างยื่นฎีกา วันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยที่ 1-3 มาจากเรือนจำบางขวาง ส่วนจำเลยที่ 4 และ 6 ซึ่งได้รับการประกันตัวคนละ 1 ล้านบาท เดินทางมาศาล แต่ พตอมนตรี จำเลยที่ 5 ที่ได้รับการประกันตัวเช่นกัน และนายประกันไม่มาศาล นอกจากนี้ยังมีญาติและคนใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตและของจำเลยเดินทางมาศาล รวมถึงนางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม) ก็เดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาด้วย เมื่อศาลออกนั่งบัลลังก์ ได้สอบถามทนายความจำเลยที่ 5 แล้ว ทนายความแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อกับจำเลยที่ 5 ได้ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 5 ทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่มาศาล ถือว่ามีพฤติการณ์หลบหนี ให้ออกหมายจับ ปรับนายประกันเต็มตามจำนวน 1 ล้านบาท และเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นวันที่ 11 ตคนี้ เวลา 0900 น ภายหลัง นางพิกุล พรหมจันทร์ อาของนายเกียรติศักดิ์ ผู้เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้รอฟังผลคำพิพากษาวันที่ 11 ตค ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร กังวลว่าครั้งหน้าจำเลยจะมาครบหรือไม่ และหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัยของตน เพราะจำเลยชั้นสัญญาบัตรได้รับการประกันตัว 3 คน ยังมีอำนาจหน้าที่ราชการตำรวจตำแหน่งสูงขึ้นกว่าเดิมคือ พตทสำเภา อินดี จากเดิมก่อนพิพากษาอุทธรณ์เป็นรองผู้กำกับอำเภอรอบนอกของ จกาฬสินธุ์ หลังศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาไม่กี่เดือน ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้กำกับสืบสวนสอบสวน ภาค 4 ส่วนเรื่องการขอคุ้มครองพยานนั้น นางพิกุลกล่าวว่า ตนยื่นเรื่องคุ้มครองพยานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ไม่ได้รับการคุ้มครองตั้งแต่มีคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาจนถึงวันนี้ ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ ถึงมีกองทุนยุติธรรมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แม้แต่บาทเดียวกรมคุ้มครองสิทธิฯ ก็ไม่เคยช่วยเหลือ ตนจึงไปยื่นฟ้องอธิบดีและรองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ฐานงดเว้นและเลือกปฏิบัติต่อศาลปกครอง อยู่ระหว่างรอฟังคำพิพากษา นางพิกุลเปิดเผยว่า ตนเคยถูกคุกคาม มีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรวม 3 นาย ขับรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ติดฟิล์มทึบทั้งคันบุกไปที่บ้าน บอกว่าจะนำตนไปพบผู้กำกับ มีภาพวงจรปิด ตนขอดูคำสั่งว่าจากไหนที่มาตรวจเยี่ยม เขาบอกว่าถ้าอยากดูต้องไปพบผู้กำกับเอง พอตนบอกจะไปเอง เขาก็บอกว่าผู้กำกับไม่ว่าง ต้องไปพร้อมกับพวกเขา ตนก็เรียก รปภมาอยู่เป็นเพื่อน ซึ่งสุดท้ายตนก็ไม่ไป วันนี้ก็ยังกังวล ตามที่เห็นแล้วว่าจำเลยที่ 4 มีอำนาจสืบสวนสอบสวนของภาค 4 ที่มาศาลวันนี้ก็มีลูกน้องทีมสืบของภาค 4 มาจำนวนมาก 5-6 คนขึ้นไป ไม่ได้มาฟังคำพิพากษา แต่มาอยู่หน้าห้องมองหน้าโจทก์ ตนจึงรอเวลาให้จำเลยกลับแล้วถึงลงมา นางพิกุลกล่าวช่วงท้ายว่า ยังมีพยานปากสำคัญฝ่ายตนเสียชีวิตปริศนาที่โรงพยาบาล อายุ 22 ปี ขาดอากาศหายใจที่เตียง ทั้งที่แค่เป็นหวัด ไอ หอบ เสียชีวิตก่อนได้ขึ้นเบิกความต่อศาล แม่มาเบิกความแทนลูกแล้วชี้หน้าจำเลยถามว่าใครที่ซ้อมลูก หลังคำพิพากษาแล้ว พยานปากสำคัญหลายคนก็หายตัวไป แล้วก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาล บางคนจนทุกวันนี้ยังไม่กล้ากลับ จกาฬสินธุ์เลย เพราะรู้ว่าตำรวจกลุ่มนี้ยังรับราชการอยู่ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงที่มาของคดีนี้ว่า ในช่วงปี 2544-2549 รัฐบาลมีนโยบายประกาศทำสงครามยาเสพติด เกิดคดีฆ่าตัดตอนกว่า 2,500 ศพ และในช่วงเวลาดังกล่าวมีประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โดยหนึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าวคือ นายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง ซึ่ง กสมได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้มีรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนเมื่อปี 2549 โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลเยียวยาความเสียหายจากการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์ อันเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภเมืองกาฬสินธุ์ ให้แก่ครอบครัวของนายเกียรติศักดิ์ ทั้งนี้ สภาทนายความได้แต่งตั้งคณะทำงานในการให้ความช่วยเหลือกรณีกลุ่มประชาชนในพื้นที่ จกาฬสินธุ์ ที่เสียชีวิตและถูกอุ้มหายช่วงระหว่างปี 2546-2548 เพื่อทำหน้าที่ในการเป็นทนายความให้แก่โจทก์ร่วมในคดีนี้ และทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส) ได้เข้าร่วมเป็นคณะทำงานดังกล่าวด้วย ในปี 2548 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติให้กรณีการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์เป็นคดีพิเศษ และเมื่อวันที่ 9 กย2552 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหก นับเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 14 ปี ในการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลจนกระทั่งวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา【อ่านข้อความเต็ม】
jux | 2021-05-12 | อ่าน(462) | แสดงความคิดเห็น(432)
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างชาติ-คนไทยร่วมกู้ชีพหมูป่า บิ๊กตู่ เปิดงานเลี้ยงขอบคุณทีมฮีโร่ถ้ำหลวง ผู้ปฏิบัติงานขึ้นรับสำเนาพระราชกระแสทรงขอบใจ เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ 12 หมูป่า สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตื้นตันทั่วโลกช่วยเหลือ สัญญาเป็นคนดี ที่พระลานพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 6 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงาน รวมใจเป็นหนึ่ง United as One ที่จัดขึ้นโดยรัฐบาล เพื่อเลี้ยงขอบคุณทีมงานและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จเชียงราย ว่า ตั้งเวลา 1600 น รัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ผู้ร่วมปฏิบัติงานช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ต่างทยอยเข้ามาในงาน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการจัดเตรียมซุ้มอาหารพระราชทาน ทั้งคาวและหวาน รวมถึงเครื่องดื่มจำนวนมาก และซุ้มอาหารในส่วนที่รัฐบาลจัดเตรียมด้วย พร้อมกันนี้ภายในงานยังมีการติดตั้งจอแอลซีดีให้ผู้ร่วมงานได้รับชมภาพบรรยากาศบนเวทีได้อย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศปลอดโปร่ง ไม่พบว่ามีกลุ่มเมฆฝน สำหรับการรักษาความปลอดภัยของตำรวจ ได้วางกำลังที่จุดคัดกรองจำนวน 4 จุด โดยมีตำรวจนครบาลตรวจอาวุธ และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่มาร่วมงานถือบัตรประชาชนแสดงที่กล้องวงจรปิด และมีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท) บันทึกรายชื่อผู้เข้าร่วมงานทุกคน ก่อนที่จะสามารถเข้าไปร่วมงานภายในพระลานพระราชวังดุสิต ต่อมาเวลา 1800 น พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดงานว่า การที่ทุกท่านได้มาอยู่ในงานแห่งนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ ในการปฏิบัติภารกิจครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อช่วยเหลือทีมเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี ตลอดระยะเวลา 18 วันที่ทีมหมูป่าอะคาเดมีติดอยู่ในถ้ำหลวง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงห่วงใยและทรงติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด มีพระราชกระแสรับสั่งให้กำลังใจราษฎรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทรงขอให้มีสติ สมาธิ ปัญญา ในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะภารกิจจะสำเร็จเรียบร้อยต่อเมื่อทุกคน ออกมาแล้วกลับสู่ครอบครัวด้วยความปลอดภัย พร้อมทั้งพระราชทานความช่วยเหลือพระราชทรัพย์ อุปกรณ์เครื่องมือ และเสบียงอาหาร พร้อมทั้งพระราชทานแนวทางแก้ไขปัญหา ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ทั้งนี้ รัฐบาลขอขอบคุณในน้ำใจและความเสียสละที่ได้ให้การช่วยเหลือสนับสนุนทั้งกำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญา จนสามารถฝ่าฟันปัญหาอุปสรรค เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญการรวมพลัง ร่วมมือร่วมใจของคนในชาติ รวมถึงมิตรไมตรีอันดีจากประเทศอื่นๆ ที่ให้ความช่วยเหลือ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนนายกฯ ขอบคุณฮีโร่ทุกคน การจัดงานในวันนี้เป็นการแสดงความขอบคุณผู้ร่วมปฏิบัติภารกิจ ไม่ว่าจะมีหน้าที่น้อยใหญ่เพียงใด แต่ทุกท่านแสดงให้เป็นที่ประจักษ์และคุณค่าพลังความสามัคคีเป็นน้ำใจเดียวกัน รวมถึงความรักของเพื่อนมนุษย์ที่เป็นกำลังแข็งแกร่งก้าวข้ามอุปสรรคนานานัปการไปได้ ครั้งนี้ขอสดุดีความกล้าหาญของ นตสมาน กุนัน เชื่อว่าความกล้าหาญและคุณความดีของนตสมาน จะประทับติดตรึงในใจของพวกเรา โดยในครั้งนี้ประเทศไทยจะนำเป็นกรณีศึกษา เพื่อปรับใช้เป็นแนวทางในการวางแผนระบบแจ้งเตือนภัยต่างๆ ให้มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย และให้หน่วยงานทางน้ำไปประเมินสถานการณ์รับมือกับภัยพิบัติ แก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง ทั้งนี้ ขอให้ทุกภาคส่วนนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติประยุกต์ใช้กับเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้สามารถรับมือและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ตามพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานไว้ พลอประยุทธ์ระบุ นายกฯ กล่าวว่า สุดท้ายนี้ ในนามรัฐบาลขอขอบคุณผู้ปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ทุกส่วนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือ เดชะพระบารมีแห่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบกับคุณงามความดีของทุกท่านได้กระทำ โปรดอภิบาลประทานพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญโดยทั่วกัน และขอให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ จากนั้นผู้แทนแต่ละกลุ่มขึ้นรับสำเนาพระราชกระแสทรงขอบใจเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีผู้ที่รับพระราชกระแสฯ รวมทั้งสิ้น 7,120 คน ได้แก่ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กลุ่มนักประดาน้ำและผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ชุดปฏิบัติการค้นหาในถ้ำและนอกถ้ำ ชุดปฏิบัติการระบายน้ำในถ้ำทั้งภาครัฐและเอกชน ชุดปฏิบัติการเบี่ยงทางน้ำทั้งภายในถ้ำและนอกถ้ำ แผนกสนับสนุนเครื่องมือต่างๆ อาสาสมัคร ประชาชน ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ และกลุ่มสื่อมวลชน จากนั้นเวลา 1830 น เยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี 12 คน ได้ขึ้นบนเวที โดย ดชอดุลย์ สามอ่อน เป็นตัวแทน กล่าวว่า เราทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงมีพระเมตตา ห่วงใย พระราชทานความช่วยเหลือ ทำให้พวกเราทั้ง 13 คนรอดชีวิตมาได้อย่างปลอดภัย สามารถมายืนที่บริเวณแห่งนี้ได้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พวกเราจะจดจำพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ไปตลอดชีวิต นอกจากนี้ พวกตนยังขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และทุกท่าน ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่ได้ให้ความเมตตาและแรงกายแรงใจ โดยเฉพาะจ่าสมาน ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยพวกตน พวกตนจะจดจำบุญคุณครั้งนี้ตลอดชีวิต การช่วยเหลือครั้งนี้ทำให้พวกเราสำนึกว่าจะดำเนินชีวิตให้ดีที่สุด เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นลูกศิษย์ที่ดีของครูอาจารย์ หลังจากที่ออกมาจากถ้ำพวกตนซาบซึ้งถึงความรักของคนไทยและชาวโลกที่มีให้ ทำให้รู้สึกตื้นตันใจ และอยากมีโอกาสตอบแทนทุกท่าน ขอสัญญาว่าจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดทั้งในปัจจุบันและอนาคต ขอขอบคุณผู้มีพระคุณทุกท่าน หลังจากนั้น นายกฯ และคู่สมรสเดินทักทายผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี และผู้มาร่วมงาน พร้อมเดินเยี่ยมชมซุ้มร้านอาหารพระราชทานอย่างเป็นกันเอง ก่อนที่นายกฯ และ ครม พร้อมด้วยคู่สมรสจะร่วมรับประทานอาหารพระราชทาน และร่วมกันร้องเพลงสามัคคีชุมนุม ก่อนวงดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีปิดงานในเวลา 2010 นพระราชทานเครื่องราชฯ ทางด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ให้กับชาวต่างชาติจำนวน 114 คน คนไทย 74 คน ขณะที่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ จะได้รับเข็มที่ระลึกครบรอบเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555 จำนวน 184 คน โดยนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และสิ่งอันเป็นที่ระลึกแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจสำคัญที่เป็นผู้เสียสละอย่างยิ่งเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 7 กยนี้ เวลา 1500 น ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายก่อนที่นักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ 12 ชีวิตจะเดินทางมาร่วมงานเลี้ยง ได้ร่วมกิจกรรม 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมี พบสื่อมวลชน ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ) จัดขึ้น ณ ไลฟ์สไตล์ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยพระเอกพล วิสารโท หรือโค้ชเอก มาร่วมกิจกรรมด้วย โดยมีนายวีระ โรจนพจนรัตน์ รมววธ, นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัด วธ ให้การต้อนรับ ทั้งนี้ พลทวีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกคณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์ กรณีถ้ำหลวง จเชียงราย เป็นผู้ดำเนินรายการสัมภาษณ์ พร้อมกับนิมนต์พระครูประยุทธ์ เจติยานุการ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยเวา จเชียงราย พร้อมเชิญพ่อแม่ผู้ปกครองเด็กๆ ทีมหมูป่าฯ ร่วมฟังการสัมภาษณ์ ขณะที่บรรยากาศโดยรอบพื้นที่จัดกิจกรรมมีประชาชนจำนวนมากมาเฝ้ารอฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากพระเอกพล และเด็กๆ ทั้ง 12 ชีวิตกับช่วงเวลาที่ติดถ้ำหลวง พิธีกรได้ถามคำถามแรกว่า หลังออกจากถ้ำหลวงมา 2 เดือนชีวิตเป็นอย่างไร น้องตี๋กล่าวว่า ใช้ชีวิตปกติได้เรียนหนังสือเหมือนเดิม และเจอเพื่อนๆ เยอะกว่าเดิม ส่วนน้องอดุลย์เล่าว่า ใช้ชีวิตเหมือนเดิม มีความสุขที่ได้กลับมาเจอเพื่อนๆ และดีใจที่ทุกคนต้อนรับการกลับมา, น้องไตตั้นกล่าวว่า ใช้ชีวิตเหมือนเดิม มีเพื่อนสนิทมากขึ้น ขณะที่น้องมาร์คระบุว่า กิจวัตรประจำวันเหมือนเดิมได้ปั่นจักรยานและไปวัด สำหรับน้องหมูป่าคนอื่นๆ ก็ตอบคำถามลักษณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนใหญ่จะเป็นคำถามในช่วงเวลาที่ติดถ้ำหลวง ที่ทั้ง 13 ชีวิตเคยเล่าให้สื่อมวลชนฟังแล้ว แต่คำถามที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้เข้าร่วมงานคือเมื่อพิธีกรถามว่า ในทีมหมูป่าฯ มีใครมีแฟน ได้ยินมาว่า กำลังคบๆ ดูใจไปก่อน และให้ยกมือขึ้น ปรากฏว่าน้องไตตั้นชูมือขึ้น พร้อมบอกว่า อยู่ในช่วงคุยๆ กันไปก่อน และในช่วงสุดท้ายของการสัมภาษณ์พิธีกรถามว่า อยากบอกความในใจใดแก่สังคม พระเอกพลกล่าวว่า ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานความช่วยเหลือตลอดมา ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่คอยสั่งการให้ทุกหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนชาวบ้าน และพี่น้องชาวต่างชาติ ที่เข้ามาช่วยเหลือน้องๆ ออกจากถ้ำหลวง ขอขอบคุณจากใจ ขณะที่น้องๆ หมูป่ากล่าวขอบคุณคนทั้งโลกที่เสียสละช่วยเหลือชีวิตพวกเราทั้ง 13 คน เมื่อพิธีกรถามว่า ทำไมคนทั่วโลกถึงรู้สึกส่งกำลังใจให้ทีมหมูป่าฯ น้องอดุลย์เป็นตัวแทนกล่าวว่า สิ่งเดียวที่ทุกคนรักและเอ็นดูพวกเรา เพราะทุกคนมีความห่วงใยและคอยให้กำลังใจช่วงเวลาอยู่ในถ้ำจนได้ออกมา ทุกคนคอยต้อนรับ รู้สึกตื้นตันใจ ขอบคุณคนทั่วโลกจากใจ เมื่อพิธีกรถามอีกว่า บทเรียนสำคัญกรณีถ้ำหลวง ควรเรียนรู้สิ่งใด พระเอกพลกล่าวว่า ให้ทุกคนใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท เพราะประมาทแม้เพียงนิดเดียวก็อาจจะพลาดได้ เช่นกรณีถ้ำหลวง เข้าไปในถ้ำโดยไม่ได้ศึกษาสภาวะอากาศตั้งแต่แรก แม้แดดออกท้องฟ้าสดใส พอเข้าไปกลับพบกับน้ำเขาปิดปากถ้ำจนออกไม่ได้ ฝากทุกคนให้มีสติและสมาธิ อย่าประมาทกับชีวิต เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ น้องๆ ทีมหมูป่าฯ และครอบครัวได้เยี่ยมชมนิทรรศการปฏิบัติการถ้ำหลวงวาระแห่งโลก จากนั้นทีมหมูป่าได้เข้าชมสยามโอเชียนเวิลด์ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน【อ่านข้อความเต็ม】
2qe | 2021-05-12 | อ่าน(516) | แสดงความคิดเห็น(30)
เมื่อเร็วๆ นี้ตัวแทนผู้ขับขี่รถแท็กซี่ได้ออกมาร้องประกาศที่จะขอปรับขึ้นค่าโดยสาร โดยเตรียมที่จะยื่นหนังสือถึง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในช่วงเดือน ตคนี้ เพื่อให้รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของผู้ขับรถแท็กซี่ในปัจจุบัน พร้อมเสนอ 4 ข้อร้องเรียน ประกอบด้วยขอให้พิจารณาปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ ภายหลังได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ขับรถแท็กซี่มีค่าครองชีพลดลง โดยข้อเสนอดังกล่าวนั้นจะให้คงอัตราเริ่มต้นกิโลเมตรแรกที่ 35 บาท ขณะที่ช่วงเวลารถติดจากเดิมนาทีละ 2 บาท เพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ 3 บาท 2ให้แก้ไขปัญหารถป้ายดำที่วิ่งให้บริการอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถือเป็นคู่แข่งกับรถแท็กซี่ที่อยู่ในระบบถูกต้องตามกฎหมายในปัจจุบัน 3พิจารณานโยบายการนำรถแท็กซี่ที่ใช้ระบบไฟฟ้า (EV) มาวิ่งให้บริการประชาชน สะท้อนถึงการเอื้อประโยชน์และช่วยเหลือนักลงทุนชาวต่างชาติ และ 4ให้รัฐบาลสนับสนุนผู้ขับรถแท็กซี่ที่ดี อ้างอิงจากการให้คะแนนของผู้โดยสาร โดยการพัฒนาบุคลากร พร้อมออกมาตรการให้ผู้ขับรถแท็กซี่ผ่อนค่างวดรถแท็กซี่กับภาครัฐ เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของรถเองได้ ทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจในการให้บริการ ส่งผลการแก้ไขปัญหาในอนาคตได้อย่างยั่งยืนด้วย นอกจากนี้ ยังได้ย้ำว่าเตรียมหาแท็กซี่แนวร่วมกว่า 15,000 คัน ติดสติกเกอร์ที่มีข้อความ รถคันนี้จะไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ติดอยู่บริเวณหน้ากระจกรถด้านซ้าย สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน คงต้องยอมรับกันว่าการเดินทางใน กทมและปริมณฑลนั้น สำหรับประชาชนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารสาธารณะ ถือว่าเป็นยานพาหนะที่สำคัญ ซึ่งในปัจจุบันรถโดยสารสาธารณะนั้นมีหลากหลายประเภท ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือรถแท็กซี่ ซึ่งปัจจุบันผู้ใช้บริการหลายคนประสบปัญหาเดียวกันคือ การปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร โดยมักจะมีข้ออ้างสารพัด ไม่ว่าก๊าซหมด รถติด ต้องส่งรถ รับลูกค้าไม่ทัน ฯลฯ จนสร้างความเอือมระอาให้กับผู้ใช้บริการ แม้ว่าที่ผ่านมานั้นกรมการขนส่งทางบกจะออกมาตรการต่างๆ เพื่อมาแก้ไขปัญหารถแท็กซี่ ไม่ว่าจะมี รถแท็กซี่โอเค ที่กรมขนส่งคุยนักหนาว่ามีรถแท็กซี่แจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 20,000-30,000 คัน และในจำนวนนี้มีผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการแล้วหลายพันคัน ประกอบด้วย ภาคบังคับ หรือแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ ประมาณ 1,000 คัน และภาคสมัครใจ หรือรถแท็กซี่ที่ยังไม่หมดอายุอีกจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้รถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแท็กซี่โอเคนั้น จะติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบ อาทิ การติดตั้งจีพีเอส ระบบกล้องถ่ายภาพภายในรถแบบ Snap Shot ปุ่มฉุกเฉิน และตรวจสอบการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด สุดท้ายก็ไม่โอเคร ยังปฏิเสธผู้โดยสารเช่นเดิม หรือแม้กระทั่งการเปิดรับแจ้ง ปรับ ยึดใบขับขี่ สารพัดวิธี ก็ยังปฏิเสธที่จะรับผู้โดยสาร ด้วยคำอ้างเดิมๆ อาทิ แก๊สหมด ส่งรถ ไม่รู้จักเส้นทาง แม้จะมีการร้องเรียนไปยังกรมการขนส่งทางบก และถูกลงโทษไปแล้วก็ยังไม่เข็ด ยังคงปรากฏเป็นข่าวคราวตลอดเวลา จะเห็นได้จากผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ได้เคยศึกษาไว้ว่า การให้บริการรถแท็กซี่ และการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลในการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ 76% ยังพบปัญหาจากการใช้บริการรถแท็กซี่ อาทิ การปฏิเสธผู้โดยสาร 825%, ปัญหาเกี่ยวกับสภาพรถ 30% และอีก 26% พบปัญหาเรื่องกิริยาวาจาไม่สุภาพ ทำให้ผู้โดยสารหันไปใช้บริการระบบขนส่งทางเลือก เช่น อูเบอร์และแกร็บ แม้จะต้องเสียค่าบริการเพิ่มขึ้น แต่ก็ช่วยลดเวลารอคอยได้ พร้อมเสนอให้กรมการขนส่งทางบก ออกมาตรการกำกับดูแลให้ถูกต้อง ซึ่งประเมินว่าน่าจะใช้เวลานาน 6 เดือน - 1 ปี ดังนั้น ก่อนที่จะมาอ้างว่าปัญหาการให้บริการแท็กซี่ เป็นผลมาจากการไม่ปรับขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งต้องปรับค่าขึ้นอีก 25% จึงจะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยขอให้รัฐบาลเร่งทบทวนโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ หรือเปิดโอกาสให้รถแท็กซี่คิดค่าโดยสารในลักษณะยืดหยุ่นได้ ควรที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดีเสียก่อน ถ้าบริการดี ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร การจะปรับขึ้นค่าโดยสารก็ไม่น่าจะมีปัญหา【อ่านข้อความเต็ม】
ti0 | 2021-05-12 | อ่าน(876) | แสดงความคิดเห็น(69)
7 กย61 - ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดียาเสพติด หมายเลขดำ อย2201/2560 ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายอัครกิตต์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง อายุ 31 ปี นายสรรเสริญ หรือเน็ต รสานนท์ อายุ 26 ปี และ นสอังสุพร หรืออุ้ม อินา อายุ 29 ปี ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานผิดพรบป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พศ2542 พรบยาเสพติดให้โทษ พศ2522 พรบมาตรการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พศ2534 ปอาญา มาตรา 83, 91【อ่านข้อความเต็ม】
mmp | 2021-05-11 | อ่าน(108) | แสดงความคิดเห็น(882)
หญิงวัย 55 ตกเป็นเหยื่อเซลส์กะล่อน หลอกให้ซื้ออาหารเสริมชนิดน้ำว่าสามารถหยอดตารักษาต้อเนื้อได้ หลงเชื่อนำไปใช้ปรากฏตาเน่า หมอต้องควักลูกตาออก ตำรวจออกหมายเรียกมาสอบปากคำก่อนแจ้งข้อกล่าวหา แพทย์ สสจขอนแก่นชี้ ผลิตภัณฑ์ได้รับตรา อยถูกต้อง แต่ใช้กินเท่านั้น ยันหลอกให้หยอดตามีโทษแน่นอน พตอวัชรพงศ์ ฉุยฉาย ผกกสภเวฬุวัน อเมือง จขอนแก่น เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 กันยายนนี้ ว่า นางคำแงง สุวรรณะ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 4 บ้านโนนลาน ตบ้านค้อ อเมือง จขอนแก่น ต้องผ่าตัดดวงตาข้างขวาออก หลังจากใช้อาหารเสริม พลูคาว ชนิดน้ำ หยอดตาจนตาบอด ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบอาหารเสริมชนิดดังกล่าว พบว่ามีเครื่องหมายสำนักงานอาหารและยา (อย) ถูกต้อง และเป็นอาหารเสริมชนิดดื่มกิน แต่เพื่อความชัดเจนและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งน้ำที่เป็นอาหารเสริมดังกล่าวไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์และลงความเห็นว่าอาหารเสริมชนิดนี้หยอดตาได้หรือไม่ คุณยายยืนยันว่า มีพนักงานขายอาหารเสริมยี่ห้อดังกล่าว ชื่อว่านายจรูญ ไม่ทราบนามสกุล เดินเข้ามาขายอาหารเสริมให้ถึงในบ้าน แนะนำสรรพคุณยา จึงซื้อไว้รับประทาน ดื่มไปขวดแรกรู้สึกดีขึ้น ในขณะที่เซลล์ก็แนะนำยายว่า ตาข้างขวาเป็นต้อเนื้อ ใช้อาหารเสริมยี่ห้อนี้หยอดตาควบคู่กันไปด้วย ทำให้คุณยายหลงเชื่อหยอดตาไป 6 ครั้ง ครั้งละ 1 หยด จนตามองไม่เห็น ไปพบแพทย์และต้องผ่าตัดตาข้างขวาออก เพราะเน่าและเป็นหนองติดเชื้อ พตอวัชรพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกพนักงานขายรายนี้เข้าให้สอบปากคำ ขณะที่การแจ้งข้อกล่าวหานั้นต้องรอผลตรวจพิสูจน์ก่อน ส่วนเจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ตำรวจจะสอบสวนต่อไป และยืนยันจะให้ความเป็นธรรม มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้หลักฐานสำคัญคือ คลิปวิดีโอที่ญาตินางคำแงงถ่ายไว้ ระหว่างที่พนักงานขาย 2 คนไปขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพลูคาวชนิดน้ำให้นางคำแงงที่บ้าน โดยอวดอ้างสรรพคุณอาหารเสริมว่า นอกจากจะใช้รับประทานแล้ว ยังสามารถหยอดตารักษาต้อเนื้อได้ และไม่มีอันตราย มีชาวบ้านคนอื่นๆ หายจากอาการต้อกระจกหลังจากรักษาด้วยวิธีนี้มาแล้ว พร้อมกันนี้พนักงานขายคนหนึ่งได้สาธิตหยอดตาเพื่อนพนักงานขาย แต่ปรากฏว่าคนที่ถูกหยอดตาแสดงอาการเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด ด้าน นพเชิดชัย อริยานุชิตกุล เภสัชกรเชี่ยวชาญ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าผลิตภัณฑ์นี้ได้รับอนุญาตให้ผลิตถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับการรับรองจาก อย ซึ่งผลิตโดยร้านคิงส์เฮิร์บ จังหวัดขอนแก่น เป็นการอนุญาตให้ผลิตน้ำสมุนไพรเสริมอาหารที่ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ได้อนุญาตให้ใช้ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอื่น เช่น หยอดลงในอวัยวะส่วนอื่นๆ นอกจากดื่มเพื่อเสริมอาหารเท่านั้น การที่ตัวแทนจำหน่ายนำไปโฆษณาว่าสามารถใช้หยอดตาเพื่อรักษาอาการต้อกระจกได้ จึงเป็นการโฆษณาเป็นเท็จ มีโทษตามกฎหมาย【อ่านข้อความเต็ม】
y1f | 2021-05-11 | อ่าน(15) | แสดงความคิดเห็น(711)
เมื่อเร็วๆ นี้ตัวแทนผู้ขับขี่รถแท็กซี่ได้ออกมาร้องประกาศที่จะขอปรับขึ้นค่าโดยสาร โดยเตรียมที่จะยื่นหนังสือถึง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในช่วงเดือน ตคนี้ เพื่อให้รับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของผู้ขับรถแท็กซี่ในปัจจุบัน พร้อมเสนอ 4 ข้อร้องเรียน ประกอบด้วยขอให้พิจารณาปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ ภายหลังได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ขับรถแท็กซี่มีค่าครองชีพลดลง โดยข้อเสนอดังกล่าวนั้นจะให้คงอัตราเริ่มต้นกิโลเมตรแรกที่ 35 บาท ขณะที่ช่วงเวลารถติดจากเดิมนาทีละ 2 บาท เพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ 3 บาท 2ให้แก้ไขปัญหารถป้ายดำที่วิ่งให้บริการอยู่ในขณะนี้ ซึ่งถือเป็นคู่แข่งกับรถแท็กซี่ที่อยู่ในระบบถูกต้องตามกฎหมายในปัจจุบัน 3พิจารณานโยบายการนำรถแท็กซี่ที่ใช้ระบบไฟฟ้า (EV) มาวิ่งให้บริการประชาชน สะท้อนถึงการเอื้อประโยชน์และช่วยเหลือนักลงทุนชาวต่างชาติ และ 4ให้รัฐบาลสนับสนุนผู้ขับรถแท็กซี่ที่ดี อ้างอิงจากการให้คะแนนของผู้โดยสาร โดยการพัฒนาบุคลากร พร้อมออกมาตรการให้ผู้ขับรถแท็กซี่ผ่อนค่างวดรถแท็กซี่กับภาครัฐ เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของรถเองได้ ทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจในการให้บริการ ส่งผลการแก้ไขปัญหาในอนาคตได้อย่างยั่งยืนด้วย นอกจากนี้ ยังได้ย้ำว่าเตรียมหาแท็กซี่แนวร่วมกว่า 15,000 คัน ติดสติกเกอร์ที่มีข้อความ รถคันนี้จะไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ติดอยู่บริเวณหน้ากระจกรถด้านซ้าย สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน คงต้องยอมรับกันว่าการเดินทางใน กทมและปริมณฑลนั้น สำหรับประชาชนที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารสาธารณะ ถือว่าเป็นยานพาหนะที่สำคัญ ซึ่งในปัจจุบันรถโดยสารสาธารณะนั้นมีหลากหลายประเภท ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือรถแท็กซี่ ซึ่งปัจจุบันผู้ใช้บริการหลายคนประสบปัญหาเดียวกันคือ การปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร โดยมักจะมีข้ออ้างสารพัด ไม่ว่าก๊าซหมด รถติด ต้องส่งรถ รับลูกค้าไม่ทัน ฯลฯ จนสร้างความเอือมระอาให้กับผู้ใช้บริการ แม้ว่าที่ผ่านมานั้นกรมการขนส่งทางบกจะออกมาตรการต่างๆ เพื่อมาแก้ไขปัญหารถแท็กซี่ ไม่ว่าจะมี รถแท็กซี่โอเค ที่กรมขนส่งคุยนักหนาว่ามีรถแท็กซี่แจ้งความจำนงเข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 20,000-30,000 คัน และในจำนวนนี้มีผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการแล้วหลายพันคัน ประกอบด้วย ภาคบังคับ หรือแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ ประมาณ 1,000 คัน และภาคสมัครใจ หรือรถแท็กซี่ที่ยังไม่หมดอายุอีกจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้รถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการแท็กซี่โอเคนั้น จะติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบ อาทิ การติดตั้งจีพีเอส ระบบกล้องถ่ายภาพภายในรถแบบ Snap Shot ปุ่มฉุกเฉิน และตรวจสอบการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด สุดท้ายก็ไม่โอเคร ยังปฏิเสธผู้โดยสารเช่นเดิม หรือแม้กระทั่งการเปิดรับแจ้ง ปรับ ยึดใบขับขี่ สารพัดวิธี ก็ยังปฏิเสธที่จะรับผู้โดยสาร ด้วยคำอ้างเดิมๆ อาทิ แก๊สหมด ส่งรถ ไม่รู้จักเส้นทาง แม้จะมีการร้องเรียนไปยังกรมการขนส่งทางบก และถูกลงโทษไปแล้วก็ยังไม่เข็ด ยังคงปรากฏเป็นข่าวคราวตลอดเวลา จะเห็นได้จากผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ได้เคยศึกษาไว้ว่า การให้บริการรถแท็กซี่ และการใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลในการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ 76% ยังพบปัญหาจากการใช้บริการรถแท็กซี่ อาทิ การปฏิเสธผู้โดยสาร 825%, ปัญหาเกี่ยวกับสภาพรถ 30% และอีก 26% พบปัญหาเรื่องกิริยาวาจาไม่สุภาพ ทำให้ผู้โดยสารหันไปใช้บริการระบบขนส่งทางเลือก เช่น อูเบอร์และแกร็บ แม้จะต้องเสียค่าบริการเพิ่มขึ้น แต่ก็ช่วยลดเวลารอคอยได้ พร้อมเสนอให้กรมการขนส่งทางบก ออกมาตรการกำกับดูแลให้ถูกต้อง ซึ่งประเมินว่าน่าจะใช้เวลานาน 6 เดือน - 1 ปี ดังนั้น ก่อนที่จะมาอ้างว่าปัญหาการให้บริการแท็กซี่ เป็นผลมาจากการไม่ปรับขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งต้องปรับค่าขึ้นอีก 25% จึงจะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยขอให้รัฐบาลเร่งทบทวนโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ หรือเปิดโอกาสให้รถแท็กซี่คิดค่าโดยสารในลักษณะยืดหยุ่นได้ ควรที่จะปรับปรุงตัวเองให้ดีเสียก่อน ถ้าบริการดี ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร การจะปรับขึ้นค่าโดยสารก็ไม่น่าจะมีปัญหา【อ่านข้อความเต็ม】
nbh | 2021-05-11 | อ่าน(162) | แสดงความคิดเห็น(132)
พลาดไม่ได้สำหรับผู้เข้าร่วมงานรับสิทธิพิเศษฟรีกรมธรรม์ประกันภัย 10 บาท วงเงินความคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาท พร้อมรับฟังแรงบันดาลใจการออกกำลังกายจาก ตูน บอดี้สแลม แล้วยังได้ใกล้ชิดศิลปินดาราสุดฮอตจากละคร เมีย 2018 อาทิ ป้อง ณวัฒน์ (ธาดา) ฟิล์ม ธณภัทร (ธาดา) และ มารีย์ เบริ์นเนอร์ (กันยา) พลาดไม่ได้งาน สัปดาห์ประกันภัย 7-9 กันยายน 2561 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์【อ่านข้อความเต็ม】
r1z | 2021-05-11 | อ่าน(507) | แสดงความคิดเห็น(948)
ช่วงหลังมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศบ่อย สำหรับ เบลล่า-ราณี แคมเปน ซึ่งล่าสุดยังได้กระทบไหล่ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง นิโคล คิดแมน ที่ประเทศรัสเซียอีกด้วย โดยในงาน บิวตี้ 360 แอท รมย์รวินท์ ที่ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เบลล่าก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
vov | 2021-05-10 | อ่าน(108) | แสดงความคิดเห็น(732)
รวมพลคนต่อต้านคอร์รัปชัน ประมนต์ ยอมรับในสายตาชาวโลกไทยยังสอบไม่ผ่าน แต่น่ายินดีรัฐบาลนี้เอาจริงเอาจัง ปลุกภาคเอกชนเลิกจ่ายสินบน ทำตัวเป็นหมาเฝ้าบ้านช่วยเห่าโจร ด้านองคมนตรีฝากพระบรมราโชวาทของในหลวง ร9 ช่วยสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง น้องแบม แฉการเปิดโปงทุจริตสิ่งที่ตามมาคือการถูกคุกคาม ที่ศูนย์การประชุมไบเทคบางนา มีการจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันประจำปี 2561 โดยองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) มีหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ร่วมงานเป็นจำนวนมาก นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า จากการจัดอันดับล่าสุดของ The Corruption Perceptions Index (CPI) โดย Transparency International (TI) ที่ประกาศมาเมื่อต้นปี ประเทศไทยได้ 37 คะแนน จากคะแนนเต็มร้อย ดีขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน แต่ย้อนหลังไปหลายปี คะแนนเราก็วิ่งอยู่ในระดับ 35-38 มาตลอด แสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ก้าวผ่านจุดนี้เสียทีในสายตาชาวโลก คอร์รัปชันยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่ถ้าเราสามารถกำจัดมันให้หมดไปได้ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคม และส่วนรวม เพื่ออนาคตของลูกหลานของเราในวันข้างหน้า และผมเชื่อว่ากงล้อของการตื่นรู้สู้โกง ไม่ใหญ่เกินกว่าที่พลังของพวกเราทุกคนที่มาในงานครั้งนี้ หากเราพร้อมใจกันลุกขึ้นมาทำต่อ เราจะสามารถผลักดันให้มันเริ่มขยับ และหมุนต่อเนื่องไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพียงเริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ ด้วยบทบาทของทุกคนที่มารวมกันอยู่ ณ ที่นี้ นายประมนต์กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีว่าในช่วงรัฐบาลนี้เราได้เห็นการเอาจริงเอาจังในด้านนโยบายปราบปรามคอร์รัปชัน ปลุกคนไทยเฝ้าระวังการโกง ไม่ทนต่อการทุจริต และมีจิตสำนึกที่ถูกต้อง แต่ในด้านการปฏิบัติจริง ก็ยังมีจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุง ในฐานะข้าราชการ เราต้องไม่นิ่งเฉย ยอมให้เกิดการโกงกินภายใต้งานที่เราดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโกงเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง ที่มีหลายตัวอย่างให้เห็นว่า การนิ่งเฉยอาจต้องรับเคราะห์แทน เขากล่าวว่า ในฐานะองค์กรเอกชน เป็นไปได้ไหมว่าเราจะตั้งเป้าหมายในแผนกลยุทธ์ ว่าเราจะไม่จ่ายสินบนเพื่อซื้อความสะดวก ซื้อความผิด หรือซื้อความได้เปรียบในการแข่งขัน ในฐานะสื่อมวลชน เราต้องทำตัวเป็นหมาเฝ้าบ้าน ที่กัดไม่ปล่อย ปกป้องผลประโยชน์ของเจ้าของบ้าน ไม่ว่าโจรผู้ร้ายจะมาไม้นวม หยิบยื่นขนมหวานให้ หรือมาไม้แข็ง ฟาดเราด้วยกระบอง เราก็ต้องไม่หวั่นไหว แต่เห่าให้ดังยิ่งขึ้น ให้เจ้าของบ้านรู้ตัว ในฐานะเยาวชน อนาคตของประเทศไทยอยู่ในมือน้องๆ ทุกคน เราจะปฏิเสธแม้การทุจริตเล็กๆ น้อยๆ เช่น ในการเรียนการสอน ไปจนถึงเราจะแสดงพลังให้ผู้ใหญ่รู้ว่าเราไม่ต้องการคนโกง นายประมนต์กล่าวว่า ถึงตรงนี้ พวกเราอย่ามาเสียเวลาตั้งคำถามว่าเมื่อไรคอร์รัปชันจะหมดไป แต่เราควรตั้งคำถามว่า เมื่อไรเราจะออกมามีส่วนร่วมในการปราบคอร์รัปชัน จากบทบาทหน้าที่การงานของแต่ละคน เราจะตื่นรู้สู้โกงกันอย่างไร ในวันต่อต้านคอร์รัปชันปีหน้า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะไม่ต้องขึ้นมาพูด และท่านจะมานั่งฟังเพียงอย่างเดียว แต่เราจะเอาผลงาน ตื่นรู้สู้โกงที่แต่ละคนไปทำมาตลอดหนึ่งปี มาแบ่งปัน ถอดบทเรียน และพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ด้านศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ปลุกพลังคนไทย สู้โกง ตอนหนึ่งว่า นอกจากการต่อต้านคอร์รัปชันแล้ว สังคมไทยยังจำเป็นจะต้องสร้างคนดีขึ้นมาเพิ่มในสังคม ตลอด 7 ปีของการทำงานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน จะเห็นภาพได้ว่าคนที่มีความรู้มากจะมีการโกงที่พิสดารไม่น้อย แต่คนที่ความรู้น้อยก็โกงด้วยเช่นกัน ประเด็นสำคัญคือการสร้างธรรมะในใจเพื่อไม่ให้เกิดการโกง ซึ่งคนเราหากไม่อายเสียอย่าง ก็โกงได้หมด ผมเคยพูดคุยกับคนต่างชาติที่ได้วิเคราะห์ประเทศต่างๆ ในอาเซียน ซึ่งระบุว่าประเทศสิงคโปร์มีความโปร่งใส ขณะที่ประเทศไทยมีการโกงคอร์รัปชันเยอะมาก และประเทศไม่ได้เสียหายแค่เรื่องเงินเท่านั้น แต่บริษัทข้ามชาติที่ต้องการมาลงทุนด้วยความโปร่งใส ก็ไม่อยากจะมาลงทุน ดังนั้นก็จะมีแต่คนโกงที่จะเข้ามาทำงานกับคนโกงด้วยกันเท่านั้น ความเสียหายเกิดขึ้นมาก องคมนตรีกล่าวว่า เราจะเอาความคิดไม่โกงไม่ทุจริตไปสอนลูกหลานได้หรือไม่ หรือเมื่อเห็นการโกงก็ต้องไม่อดทน และพร้อมจะเปิดโปง ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นพลเมืองดี เห็นอะไรทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ทำ เริ่มปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กได้จะดีมาก แต่หากเราปล่อยให้เด็กเริ่มโกงข้อสอบ โกงการบ้าน หรือลอกการบ้านเพื่อน ทุกอย่างก็จะผิดหมดเลย เราต้องเริ่มใหม่ ทั้งจากที่บ้าน ที่พ่อแม่คอยอบรมลูกหลาน และที่ทำงาน ที่หัวหน้างานก็ต้องคอยปลูกฝังพนักงาน การทำงานต่อต้านโกงเป็นเรื่องที่ยาก และจะสำเร็จเมื่อใดก็ขึ้นอยู่กับคนไทยในปัจจุบันและอนาคตว่าจะต่อต้านอย่างแข็งขันต่อเนื่องได้อย่างไร ขอฝากพระบรมราโชวาทของในหลวง ร9 ที่รับสั่งว่า ช่วยสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง การสร้างคนดีเป็นเรื่องที่ยากและยาว แต่ก็ต้องทำ ขอให้ถือเป็นหน้าที่ ศเกียรติคุณ นพเกษมกล่าว จากนั้นมีการจัดเวทีเสวนา คนไทย ตื่นรู้สู้โกง คนไทยจะลุกขึ้นมาปกป้องประเทศต่อต้านการโกงชาติได้อย่างไร โดยมี นสปณิดา ยศปัญญา (น้องแบม) และ นสณัฐกานต์ หมื่นพล ผู้เปิดโปงการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่ง, นพธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมวศึกษาธิการ, นสรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี, นายปรารภ เหมทานนท์ ผู้เปิดโปงการทุจริตภาครัฐกว่า 270 คดี เข้าร่วมการเสวนา นสณัฐกานต์กล่าวว่า แรงบันดาลใจเกิดจากการเห็นแนวทางการดำเนินชีวิตของชาวบ้านที่มีความเดือดร้อน ซึ่งแม้ว่าตนจะเป็นเพียงลูกจ้างตัวเล็กๆ ในศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ซึมซับถึงปัญหาที่แท้จริงของพวกเขาเหล่านี้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นปัญหาที่ใหญ่มาก สำหรับผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ ทุกอย่างดูเลวร้ายไปหมด ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ควรได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ พวกเขาเองไม่รู้ว่าจะได้อะไรบ้าง แต่เราเป็นคนในหน่วยงานซึ่งรู้ดีว่าปัญหาเหล่านี้หนักหนาสาหัสแค่ไหน ซึ่งพวกเขาควรได้รับความช่วยเหลือของรัฐอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ตนตัดสินใจที่จะนำเรื่องเหล่านี้ออกมาเปิดโปง ด้าน นสปณิดากล่าวว่า ตนเรียนมาเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน เมื่อได้ฝึกงานในหน่วยงานรัฐ ทำให้เห็นปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งเรื่องผู้ด้อยโอกาส คนไร้ที่พึ่ง ขอทาน หรือแม้กระทั่งชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ ซึ่งแรงบันดาลใจเกิดจากที่สงสัยว่า คนเหล่านี้รู้หรือไม่ว่าสิทธิที่เขาควรได้รับจากภาครัฐมีอะไรบ้าง แต่การที่เราเปิดโปงการทุจริตทำให้มีโดนคุกคามบ้าง ซึ่งเราต้องหาวิธีการรับมือกับเรื่องนี้ ให้สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติ ซึ่งทุกวันนี้ตนสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติดี นพธีระเกียรติกล่าวว่า การเดินหน้าจัดการเรื่องทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ เราไม่ได้เดินหน้าไล่ล่าจับโกง แต่เรามองว่าทุกสิ่งต้องดำเนินการอย่างถูกต้องเป็นขั้นตอน ผ่านการใช้กฎหมายที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วที่สุด เนื่องจากกฎหมายนั้นเอื้อต่อการตรวจสอบอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องทำอย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น เพราะกระบวนการยุติธรรมนั้น หากดำเนินการช้า ย่อมไม่เรียกว่ากระบวนการยุติธรรม ในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ต้องมีการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน หากมีปัญหาหรือมีแนวโน้มจะบิดพลิ้วในขั้นตอนการซื้อขายนั้น เราจะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ ขณะที่ นสรื่นฤดีกล่าวว่า เราต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้การบริหารคดีนั้นมีประสิทธิภาพสูงที่สุด โดยยึดหลักสำคัญ ได้แก่ ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม ซึ่งตนได้ชี้แจงแก่ข้าราชการของกรมบังคับคดีทุกคนทั่วประเทศ แม้จะเป็นเรื่องคดียุติธรรมทางแพ่ง แต่ผลสัมฤทธิ์จะเป็นตัวตอบโจทย์ความเชื่อมั่นของประชาชน เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่ากระบวนการดำเนินการนั้นมีความชัดเจน ประกอบกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาประกอบเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบของพี่น้องประชาชน ด้านนายปรารภกล่าวว่า เคสอาหารกลางวันนั้น ตนอยู่ในพื้นที่ ได้รับรู้เรื่องจากการประท้วงของผู้ปกครอง ก่อนมีการหาข้อมูลจนพบว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ผลจากการกระทำดังกล่าว ทำให้ผู้ปกครองหันมาใส่ใจว่าบุตรหลานของตัวเองได้ทานอะไรในมื้อกลางวัน ส่งผลให้มีการตื่นตัวเป็นวงกว้าง และเด็กๆ ในโรงเรียนพื้นที่อื่นๆ ได้รับสิ่งที่พวกเขาควรจะได้ ซึ่งการตื่นรู้สู้โกง ไม่ใช่การจับผิดอะไรใคร เพียงแค่บอกคนอื่นว่าคุณเพียงทำในสิ่งที่ถูกต้องและควรทำเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำเพื่อเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างได้【อ่านข้อความเต็ม】
1jt | 2021-05-10 | อ่าน(522) | แสดงความคิดเห็น(900)
หญิงวัย 55 ตกเป็นเหยื่อเซลส์กะล่อน หลอกให้ซื้ออาหารเสริมชนิดน้ำว่าสามารถหยอดตารักษาต้อเนื้อได้ หลงเชื่อนำไปใช้ปรากฏตาเน่า หมอต้องควักลูกตาออก ตำรวจออกหมายเรียกมาสอบปากคำก่อนแจ้งข้อกล่าวหา แพทย์ สสจขอนแก่นชี้ ผลิตภัณฑ์ได้รับตรา อยถูกต้อง แต่ใช้กินเท่านั้น ยันหลอกให้หยอดตามีโทษแน่นอน พตอวัชรพงศ์ ฉุยฉาย ผกกสภเวฬุวัน อเมือง จขอนแก่น เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 กันยายนนี้ ว่า นางคำแงง สุวรรณะ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 หมู่ 4 บ้านโนนลาน ตบ้านค้อ อเมือง จขอนแก่น ต้องผ่าตัดดวงตาข้างขวาออก หลังจากใช้อาหารเสริม พลูคาว ชนิดน้ำ หยอดตาจนตาบอด ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบอาหารเสริมชนิดดังกล่าว พบว่ามีเครื่องหมายสำนักงานอาหารและยา (อย) ถูกต้อง และเป็นอาหารเสริมชนิดดื่มกิน แต่เพื่อความชัดเจนและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งน้ำที่เป็นอาหารเสริมดังกล่าวไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์และลงความเห็นว่าอาหารเสริมชนิดนี้หยอดตาได้หรือไม่ คุณยายยืนยันว่า มีพนักงานขายอาหารเสริมยี่ห้อดังกล่าว ชื่อว่านายจรูญ ไม่ทราบนามสกุล เดินเข้ามาขายอาหารเสริมให้ถึงในบ้าน แนะนำสรรพคุณยา จึงซื้อไว้รับประทาน ดื่มไปขวดแรกรู้สึกดีขึ้น ในขณะที่เซลล์ก็แนะนำยายว่า ตาข้างขวาเป็นต้อเนื้อ ใช้อาหารเสริมยี่ห้อนี้หยอดตาควบคู่กันไปด้วย ทำให้คุณยายหลงเชื่อหยอดตาไป 6 ครั้ง ครั้งละ 1 หยด จนตามองไม่เห็น ไปพบแพทย์และต้องผ่าตัดตาข้างขวาออก เพราะเน่าและเป็นหนองติดเชื้อ พตอวัชรพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกพนักงานขายรายนี้เข้าให้สอบปากคำ ขณะที่การแจ้งข้อกล่าวหานั้นต้องรอผลตรวจพิสูจน์ก่อน ส่วนเจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ตำรวจจะสอบสวนต่อไป และยืนยันจะให้ความเป็นธรรม มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้หลักฐานสำคัญคือ คลิปวิดีโอที่ญาตินางคำแงงถ่ายไว้ ระหว่างที่พนักงานขาย 2 คนไปขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพลูคาวชนิดน้ำให้นางคำแงงที่บ้าน โดยอวดอ้างสรรพคุณอาหารเสริมว่า นอกจากจะใช้รับประทานแล้ว ยังสามารถหยอดตารักษาต้อเนื้อได้ และไม่มีอันตราย มีชาวบ้านคนอื่นๆ หายจากอาการต้อกระจกหลังจากรักษาด้วยวิธีนี้มาแล้ว พร้อมกันนี้พนักงานขายคนหนึ่งได้สาธิตหยอดตาเพื่อนพนักงานขาย แต่ปรากฏว่าคนที่ถูกหยอดตาแสดงอาการเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด ด้าน นพเชิดชัย อริยานุชิตกุล เภสัชกรเชี่ยวชาญ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าผลิตภัณฑ์นี้ได้รับอนุญาตให้ผลิตถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับการรับรองจาก อย ซึ่งผลิตโดยร้านคิงส์เฮิร์บ จังหวัดขอนแก่น เป็นการอนุญาตให้ผลิตน้ำสมุนไพรเสริมอาหารที่ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และไม่ได้อนุญาตให้ใช้ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอื่น เช่น หยอดลงในอวัยวะส่วนอื่นๆ นอกจากดื่มเพื่อเสริมอาหารเท่านั้น การที่ตัวแทนจำหน่ายนำไปโฆษณาว่าสามารถใช้หยอดตาเพื่อรักษาอาการต้อกระจกได้ จึงเป็นการโฆษณาเป็นเท็จ มีโทษตามกฎหมาย【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-05-13

ลงทะเบียนฟรี เสือดาว รอ กิน สล็อต| ทดลองใช้ฟรี ดู ผล บอล สด ทุก ลีก วัน นี้| เติมเงินไทยฟรี วิเคราะห์บอลวันนี้ อเมริกา เมเจอร์ลีก| เติมเงินไทยฟรี ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ทุกรายการ| ทดลองใช้ฟรี วิเคราะห์ บอล วัน นี้ สปอร์ต พลู เสิร์ฟบอลเด็ด| เติมเงินไทยฟรี คํา ศัพท์ การ พนัน ฟุตบอล| ลงทะเบียนฟรี ผล กีฬา กอล์ฟ| เติมเงินไทยฟรี ผล บอล สด ฟีฟ่า 55| ลงทะเบียนฟรี สมัคร งาน สโมสร ฟุตบอล ไทย| เติมเงินไทยฟรี ฟุตบอล พีพีทีวี| ลงทะเบียนฟรี วิเคราะห์บอล หลังเกม| ทดลองใช้ฟรี ผผลบอลสด| ลงทะเบียนฟรี วิเคราะห์ บอล เค ลีก เกาหลีใต้| เติมเงินไทยฟรี ผล บอล สด เมื่อ คืน นี้ ทุก ลีก| เติมเงินไทยฟรี ฟุตบอล ออนไลน์ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ราชนาวี| ลุ้นบาท แบล็คแจ๊กลยุทธ์ | ลุ้นบาท ผลบอลสด ทีเด็ดพรุ่งนี้ | ลงทะเบียนฟรี ผลบอลออนไลน์ฟรี| ลงทะเบียนฟรี ฟุตบอล ผู้ตัดสิน| ลงทะเบียนฟรี ดู บอล สด วี แกน วัน นี้| ลงทะเบียนฟรี ฟุตบอลไทย ฟ| ทดลองใช้ฟรี ราคา บอล ยู ฟ่า วัน นี้| ลงทะเบียนฟรี การพนัน LOL ชนะหรือแพ้| ทดลองใช้ฟรี กฎพิเศษของเกมแบล็คแจ็ค| เติมเงินไทยฟรี คาสิโนฟรีไม่มีเงินฝาก 2021| เติมเงินไทยฟรี งาน ฟุตบอล ช่อง 3 2561 ย้อน หลัง| ลุ้นบาท คาสิโนออนไลน์ ฟรีเงิน | ทดลองใช้ฟรี ดูบอลสด ตราด| เติมเงินไทยฟรี ราคา บอล ต่อ รอง ล่าสุด| ลุ้นบาท ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ฮ | ทดลองใช้ฟรี กฎของเกมแบล็คแจ็คโป๊กเกอร์| เติมเงินไทยฟรี ดูฟุตบอลออนไลน์ pptv| ลงทะเบียนฟรี ตาราง คะแนน ฟุตบอล โลก รอบ คัดเลือก 2021 โซน ยุโรป| ลงทะเบียนฟรี คาสิโน มาเก๊า มีอะไรบ้าง| ลุ้นบาท สล็อต ฟาโร ออนไลน์ | ทดลองใช้ฟรี วิธีเล่นแบล็คแจ็ค| เติมเงินไทยฟรี ดูบอลสดทรูสปอร์ตhd3| เติมเงินไทยฟรี เล่นพนันบอลยังไงให้รวย pantip| ลงทะเบียนฟรี วิเคราะห์บอล ดาร์บี้ วีแกน| เติมเงินไทยฟรี วิธี เล่น แชร์ บอล ภาษา อังกฤษ| ทดลองใช้ฟรี แลกชิป คาสิโน| ทดลองใช้ฟรี วิเคราะห์ บอล หญิง วัน นี้| ลงทะเบียนฟรี ถ่ายทอด สด บอล ลิเวอร์พูล วัน นี้| ทดลองใช้ฟรี สัญลักษณ์เกมส์สล็อต| เติมเงินไทยฟรี บ้าน ผล บอล วิเคราะห์ บอล วัน นี้ สยาม คิก| เติมเงินไทยฟรี แอ พ วิเคราะห์ บอล สูง ต่ํา| เติมเงินไทยฟรี ราคาบอลวันนี้ทุกลีก| ลงทะเบียนฟรี ผลบอลสดเจลีก 1| ลงทะเบียนฟรี ผล บอล สด ย้อน หลัง| ลุ้นบาท บาคาร่าพารวย | ลุ้นบาท คำ ศัพท์ การ พนัน ฟุตบอล | เติมเงินไทยฟรี วิเคราะห์บอลวันนี้ กาตาร์| เติมเงินไทยฟรี ดูบอลสด ซานเฟรซเซ ฮิโรชิม่า เชียงราย| ลงทะเบียนฟรี วิเคราะห์บอลวันนี้ ออสเตรีย| ทดลองใช้ฟรี ผล บอล สด 2h1| ลุ้นบาท ย.โย่ง ฟุตบอล | ทดลองใช้ฟรี สล็อต777ww| เติมเงินไทยฟรี เกมยิงปลา| ลุ้นบาท บอลสดวันนี้ ซัปโปโร | ทดลองใช้ฟรี ผล บอล สด ฮูเอสก้า| ลงทะเบียนฟรี สล็อต แจ็ ค พอ ต แตก ง่าย| ทดลองใช้ฟรี อัพเลเวลเกมยิงปลา| ลงทะเบียนฟรี ตาราง พรีเมียร์ ลีก วัน นี้| ลงทะเบียนฟรี ฟุตบอล ข้อมูล| เติมเงินไทยฟรี เล่นเกมได้เงินจริงไม่ต้องลงทุน2021| ลุ้นบาท บอลสดวันนี้ ช่องไหน | ทดลองใช้ฟรี พรีเมียร์ลีกสด| ลุ้นบาท เปรียบเทียบราคาบอลไหลล่าสุด | ลุ้นบาท รับ เครดิต เดิมพัน ฟรี | ทดลองใช้ฟรี วิเคราะห์บอล ฟลาเมงโก วันนี้| ลงทะเบียนฟรี จับเว็บพนันบอลล่าสุด| เติมเงินไทยฟรี วิธี เอาชนะ คา สิ โน| ลุ้นบาท ดู บอล สด true 694 | เติมเงินไทยฟรี ฟุตบอลเบอร์ 5| ลุ้นบาท ผล ล บอล สด วัน นี้ | เติมเงินไทยฟรี วิเคราะห์ บอล 5 เซียน| ลุ้นบาท ตรา สัญลักษณ์ สโมสร ฟุตบอล ทั่ว โลก | ทดลองใช้ฟรี โปรแกรม บอล พรีเมียร์ ลีก นัด ที่ เหลือ| เติมเงินไทยฟรี ผลบอลสด ยูโรป้า เมื่อคืน| ทดลองใช้ฟรี ดูบอลสด ลีลล์| ลุ้นบาท พรีเมียร์ลีก ลีกวัน | ทดลองใช้ฟรี เกมส์ ออนไลน์ คา สิ โน| ลงทะเบียนฟรี มิสเตอร์ เอ็ ก วิเคราะห์ บอล| ทดลองใช้ฟรี วิเคราะห์ บอล บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ| ทดลองใช้ฟรี slotxoฟรีเครดิต| เติมเงินไทยฟรี พนัน บอล ออนไลน์ ฟรี เครดิต| ทดลองใช้ฟรี วิเคราะห์บอลวันนี้ ญี่ปุ่น เวียดนาม| เติมเงินไทยฟรี แบล็คแจ็คเกมมือถือ| ลุ้นบาท สล็อตออนไลน์ มือถือ | เติมเงินไทยฟรี ตาราง พรีเมียร์ ลีก วัน นี้| ทดลองใช้ฟรี สล็อต ออนไลน์ w88| ลุ้นบาท พ รีวิว ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก คืน นี้ | เติมเงินไทยฟรี ถ่าย บอล สด วัน นี้| ลุ้นบาท บอลสดวันนี้ ซัปโปโร |